14 ตุลาคม 2563 (อาจเป็น) จารึกหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

14 ตุลาคม 2563 (อาจเป็น) จารึกหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย

14 ตุลาคม ของทุกปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ถูกยึดถือเป็นวันสำคัญทางการเมืองวันหนึ่งของประเทศไทยนั่นคือ วันประชาธิปไตย หรือวันมหาวิปโยค ตามที่เขียนอยู่ในหน้าหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมเพียงไม่กี่หน้ากับรูปประกอบอีกหนึ่งใบที่มองไม่เห็นความคมชัดเจนเท่าไหร่นัก

วันนี้ในรอยประวัติศาสตร์เมื่อ 47 ปีที่แล้ว ในปี พ.ศ. 2516 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งที่มีผลต่อการเมืองการปกครองของไทยเป็นอย่างมาก นั่นคือเหตุการณ์การชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลเผด็จการ นักศึกษา และประชาชนชาวไทยรุกคืบเพื่อต่อต้านและประกาศชัดเจนว่า ไม่ทนกับรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจรและระบอบเผด็จการที่มีมาอย่างยาวนาน

ต้องยอมรับว่าวันที่ 14 ตุลาคม 2516 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองของไทย นับว่าเป็นการแสดงพลังทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของประชาชน และก่อให้เกิดการพัฒนาของการเมืองไทย ถือเป็นการปฏิวัติทางการเมืองครั้งสำคัญเลยก็ว่าได้ 

ในการต่อสู้ครั้งนั้นประชาชนได้มาซึ่งชัยชนะและเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราได้เข้าใกล้คำว่าระบอบประชาธิปไตยมากที่สุด ทว่าคำว่าชัยชนะกลับเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น เช่นเดียวกับประชาธิปไตยที่เพียรพยายามเรียกร้องกันจนต้องหลั่งเลือดและชีวิตแต่กลับได้มันมาแบบไม่เต็มใบ

เหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตสะท้อนเหตุการณ์ปัจจุบันเหมือนภาพซ้อนทับ เมื่อการต่อสู้ของประชาชนยังไม่จบสิ้น คำว่าชัยชนะเพียงชั่วคราวตั้งแต่อดีตทำให้ต้องต่อสู้กันเรื่อยมาเพื่อให้ได้ซึ่งชัยชนะที่แท้จริง และเพื่อจะได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กว่าเมื่อ 47 ปีก่อน 

การชุมนุมของเยาวชนและประชาชนเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการเกิดขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2563 โดยมีสาเหตุที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีต เพราะเกิดการสั่งสมของการกดดันทางการเมือง ประเทศไทยกลับไปอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการอีกครั้ง สิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึงมีถูกลิดรอนและจำกัด อำนาจอธิปไตยที่ควรเป็นของประชาชนกลับไม่ใช่อีกต่อไป

ในทุกๆ ปี วันที่ 14 ตุลาคมจะเป็นไปอย่างเงียบเชียบ มีการจัดงานพิธีกรรม วางพวงหรีดที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา หรือในบางแห่งอาจมีการจัดเสวนากัน แต่ในปี 2563 วันที่ 14 ตุลาคมจะกลายเป็นวันนัดรวมพลประชาชนเพื่อต่อสู้ในยกสุดท้าย คำว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย คงใกล้เคียงทีเดียวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเมืองไทย ณ ขณะนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่อาจคาดเดาได้ว่าการต่อสู้ของเยาวชนและประชาชนในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 นี้ จะกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือไม่ หรือไม่แน่ว่าการไม่ยอมทนในครั้งนี้จะนำมาซึ่งคำว่าชัยชนะที่ถาวรและได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

เรื่อง : สุพัตรา ถาวงษ์กลาง

Top